วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มาดูพฤติกรรมน้องหนู


มาดูพฤติกรรมหนูๆกันคะ
แสดงความไม่คุ้นเคยกับที่แปลกถิ่น (Unfamiliar territory)
เมื่อแฮมสเตอร์อยากรู้อยากเห็นหรือสนใจอะไรเขาจะนั่งบนสะโพกของตัวเองและใช้จมูกสูดดมอากาศฟิดฟัดอยู่เป็นเวลานาน สองขาหน้ายกขึ้นอยู่ระดับเดียวกับท้อง และนิ้วเท้าของทั้งสองเข้าหน้าจะชี้ลงสู่พื้น

นอนหลับ (Sleeping)
ถ้าแฮมสเตอร์ถูกทำให้ตกใจกลัวหรือถูกก่อกวนจนอารมณ์เสีย ในขณะนั้นเขาจะดุร้าย และกระดกพับหูทั้งสองช้างลง ลุกขึ้นยืนด้วยสองขาหลัง ยกขาหน้าขึ้นและส่งเสียงร้องขู่ด้วยความกลัว บางครั้งแฮมสเตอร์ที่ตกใจกลัวมากๆจะลงนอนหงายท้องและส่งเสียงขู่ร้อง หากพบว่าแฮมสเตอร์กำลังอยู่ในอาการเหล่านี้อย่าพึ่งรีบเข้าใปจับหรืออุ้มเขาเป็นอันขาด เพราะท่าทางเหล่านี้ แสดงว่าเขากำลังตกใจและพร้อมจะกัดเพื่อป้องกันตัวเอง ควรปล่อยให้เขาตั้งสติและสงบสติอารมณ์เสียก่อน

อยากรู้อยากเห็น และสนอกสนใจ (Curiosity and interest)
แฮมสเตอร์จะใช้การสื่อสารทางกายเพื่อแสดงให้แฮมสเตอร์ตัวอื่นๆรับรู้ถึงอารมณ์หรือความตั้งใจ เช่น แฮมสเตอร์ที่มีอายุน้อยกว่า อาจแสดงถึงความยำเกรงต่อแฮมสเตอร์ที่อาวุโส หรือต่อตัวที่โตกว่า มีอำนาจมากกว่า ด้วยการยกหางตัวเองขึ้น แล้วรีบเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน

การผสมพันธุ์
แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่สายตาไม่ค่อยดีนัก เขาจะใช้วิธีดมกลิ่นในการคลำทางเดิน ฉะนั้นจะสังเกตเห็นได้บ่อยๆว่าเมื่อปล่อยแฮมสเตอร์ในที่แปลกถิ่นเขาจะเดินมุดหลบไปอย่างสะเปะสะปะ และไม่แน่ใจในทิศทางเดิน เพราะเขาไม่สามารถพบร่องรอยตัวเองที่เคยทิ้งกลิ่นเอาไว้ตามทาง แฮมสเตอร์จะรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยในสถานที่ใหม่ หรือที่แปลกถิ่น

หวาดกลัว (Fear)
ปกติแล้วแฮมสเตอร์จะใช้เวลาสำหรับการนอนมากพอสมควรในตอนกลางวัน บางครั้งจะมุดตัวลงไปนอนใต้ขี้กบ และฝังตัวเองอยู่ในนั้น แฮมสเตอร์อาจจะหลับสนิทและแน่นิ่งจนดูเหมือนตาย แต่ถ้ามองดูให้ชัดเขายังหายใจอยู่ก็แสดงว่าปกติดี แฮมสเตอร์ที่กำลังเคลิ้มหลับอาจจะโมโหและฉุนเฉียวง่ายถ้าถูกก่อกวนให้ตื่น หรือโดนปลุกด้วยวิธีรุนแรง

การตกลูก
อายุที่เหมาะสมแก่การผสมพันธุ์ของแฮมสเตอร์คือประมาณ 3 เดือนขึ้นไป การจับคู่ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแต่นำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ใส่ไว้ในกรงเพาะพันธุ์ หลังจากนั้นก็สังเกตว่าตัวเมียท้องหรือไม่โดยสังเกตจากท้องที่ขยายออก และถ้าใกล้คลอดแล้วอาจจะสังเกตเห็นหัวนมได้ถ้าเป็นไปได้ควรแยกแม่พันธุ์ทื่ท้องไว้ต่างหาก

แสดงอารมณ์ หรือ แสดงความตั้งใจ (Emotions and intention)
หนูแฮมสเตอร์โดยปกติแล้วจะตกลูกครั้งละประมาณ 3-18 ตัว ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกาย ลูกหนูแรกเกิดจะตัวเล็กมา ผิวหนังสีชมพูไม่มีขน ลูกหนูจะกินนมแม่ตามธรรมชาติและค่อยๆพัฒนาร่างกายและอวัยวะต่างๆจนอายุประมาณ 2 สัปดาห์ก็พัฒนาเต็มที่ ระยะเลี้ยงลูกอ่อนควรมีอาหารและน้ำไม่ให้ขาดแคลน เพราะถ้าขาดอาหารหรือน้ำอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่หนูทำร้ายลูกหนูได้ เราจะหย่านมลูกหนูได้อายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไปเมื่อลูกหนูกินอาหารและน้ำได้เองแล้ว ควรแยกตัวใหญ่ที่สุดก่อน ถ้าแยกแล้วก็ไม่ควรนำกลับมารวมกันอีกเพราะว่าจะทำให้แม่หนูทำร้ายลูกหนูได้

ภาษาน้องแฮมสเตอร์

รู้ป่าวว่าแฮมสเตอร์พูดได้


อ่านแล้วอย่าเพิ่งตกใจ คนเรายังมีภาษาสำหรับสื่อสารกันเลย น้องแฮมสเตอร์เค้าก็มีภาษาของเค้าเหมือนกันนะ นอกจากภาษาที่เป็นเสียงร้อง ของพวกเค้าแล้ว ยังมีภาษาอื่นอีก คือ ภาษาท่าทาง
หากเพื่อนๆมีเวลามานั่งมองเจ้าตัวน้อยทั้งหลาย เพื่อนๆจะเห็น ว่าแฮมสเตอร์มีท่าทางหลายๆท่าเลย เรามาดูกันเถอะนะ ว่าน้องแฮมเค้าแอบบอกอะไรเรา
กัด แทะ กรง
 แปลว่า เบื่อ หรือ อยากจะออกมาเล่นข้างนอกกรง พยายามหลบหนี หรือพยายามลับฟันค่ะ เพราะฟันแฮมสเตอร์ยาวไม่จำกัด เค้าต้องพยายามลับฟัน เพื่อไม่ให้ฟันยาวเกินไป
 
ยืน 2 ขา หูตั้ง
 แปลว่าเค้าตั้งใจฟัง หรือ สนใจอะไรบางอย่างเป็นพิเศษ หรือขออะไรบางอย่างจากเจ้าของ เช่นขออาหาร
 
วิ่งไปมา เอาขาแปะๆ กระโดดๆ ที่ขอบกรง
 แปลว่าอยากจะออกมาข้างนอกกรง หรือ พยายามร้องขออะไรบางอย่าง 
วิ่งวุ่นหลังเปลี่ยนขี้เลื่อย
 
หากหลังจากเปลี่ยนขี้เลื่อยแล้ว พบว่าหนูวิ่งวุ่น แสดงว่าเปลี่ยนขี้เลื่อยเก่าจนหมด ซึ่งผิดค่ะ การเปลี่ยนขี้เลื่อยเก่าออกหมดจะทำให้หนูแฮมสเตอร์ รู้สึกแปลกถิ่น เพราะไม่มีกลิ่นเดิมเค้าเหลืออยู่ จะทำให้เค้าตกใจ และรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเค้าการเปลี่ยนขี้เลื่อยที่ถูกจึงควรจะเหลือของเก่าไว้บ้าง

 ตุนอาหาร
 แฮมสเตอร์จะมีแก้มแบบพิเศษใช้กักตุนอาหารได้ค่ะ เมื่อเวลาที่เค้าต้องการกินอาหารที่ตุนไว้ เค้าจะเอามือตบๆตรงหลังแก้ม เพื่อดันๆอาหารออกมาค่ะ เวลาที่แฮมสเตอร์รู้สึกไม่ปลอดภัย เค้าอาจจะคายอาหารที่ตุนไว้ที่กระพุ้งแก้มออกมา เพื่อให้คล่องตัวขึ้นหรือเมื่อเวลาที่แม่หนูที่มีลูกอ่อน รู้สึกไม่ปลอดภัย เค้าจะอมลูกของตัวไว้ เพื่อให้พรางไม่ให้ศัตรูเห็นลูก และเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายลูกจากศัตรู
 
ทำความสะอาดตัว

 แฮมสเตอร์จะชอบไซ้ขน ทำความสะอาดตัว ส่วนตรงหัว เค้าจะเลียไม่ถึง ก็จะใช้วิธีเอามือแปะๆน้ำลายไปป้ายๆ ทำความสะอาดที่หัวค่ะ หากเห็นว่าหัวแฮมสเตอร์เปียก แสกกลางก็ไม่ต้องตกใจนะตะ เค้าทำความสะอาดตัวเองมาค่ะ ปกติแฉมสเตอรฺจะเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมาก เค้าจะทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำเลย
 อาบน้ำ

 แฮมสเตอร์จะทำความสะอาดตัวเอง โดยการคลุกผงฝุ่นชิลชีล่า หนูจะเอามือเขี่ยๆทรายมากองรวมกัน แล้วหงายท้องเอาหลังคลุกกลิ้งกับทราย หรือ ถ้าไม่มี หนูบางตัวก็จะทำความสะอาดตัวโดยคลุกกับขี้เลื่อย
 
นอนหลับ

 ตอนแฮมสเตอร์หลับ เค้ามักจะหลับในที่กำบัง เช่น บ้าน หรือ ซอกมุม ต่างๆ หรือถ้าไม่มีที่จริงๆ เค้าก็จะขุดขี้เลื่อย และฝังตัวใต้นั้น ถ้าเค้าหลับอยู่อย่าไปแหย่เชียว หากงัวเงียอยู่ เค้าอาจจะหงุดหงิด และกัดเอาได้
 ง่วงนอน

 หากหนูของเราทำตาปรือ หูลู่ไปทางด้านหลัง อย่าเพิ่งไปรบกวนค่ะ แสดงว่ายังงัวเงียอยู่ อาจจะมีการหงุดหงิดและกัดเราได้ค่ะ หากไปกวนเค้าตอนนี้ เหมือนเวลาที่คนโดนปลุก คนยังหงุดหงิดเลยเนอะ หนูแฮมสเตอร์ก็หงุดหงิดได้เหมือนกัน
 
คุ้ยขี้เลื่อย มุดใต้ขี้เลื่อย

 แฮมสเตอร์จะชอบคุยเขี่ยขี้เลื่อย และบางทีก็จะมุดฝังตัวเองลงไปใต้ขี้เลื่อย จึงควรใส่ขี้เลื่อยให้ สูงพอ เพื่อแฮมสเตอร์จะได้มุดเล่นได้ ดังนั้นเพื่อนๆที่เลี้ยงหนูโดยใช้ตะกร้า อาจจะมีขี้เลื่อยกระเด็นออกมานอกตะกร้าบ้าง  
ดมกลิ่น

  เมื่อมีหนูแปลกถิ่นมา หนูเดิมที่อยู่จะเข้ามาดม เพื่อตรวจดูว่ารู้จักกันหรือไม่ เป็นหนูแปลกหน้าหรือไม่ จะเห็นว่าหนูตัวใหม่ ( ตัวที่มีลูกศรสีเหลืองชี้ ) จะโดนตัวเก่าๆพิสูจน์กลิ่น ซึ่งแฮมสเตอร์จะหวงแหนถิ่นตัวเอง หากเค้าไม่ยอมรับหนูใหม่ เค้าก็จะทำร้ายหนูตัวใหม่

พฤติกรรมน่ารัก น่ารักของน้องหนู


แคมเบล (ซาตินไวท์)

  • ชื่อสายพันธุ์หลัก CB
  • ขนสีขาว
  • ขนเป็นมันเงา ขนจะเงาและเหมือนเปียกน้ำครับ เนื่องจากเป็นซาติน
  • ตาจะสีแดงนะครับ
  • นิสัยก็แบบ CB แหละครับ
ระดัีบความหายากก็พอสมควรครับ เนื่องจากตัวนี้จะเหมือนกับขาวตาแดง แต่แตกต่างตรงส่วนที่ขนจะเป็นซาตินครับ ส่วนตัวผมแล้วผมก็ชอบพวกสีล้วนที่เป็นซาตินนะครับไม่ว่าจะสีใหนๆ ก็ตามแต่มาเดี่ยวนี้เดินทั้ง jj จะเจอหรือป่าวก็ไม่รู้ครับ สีนี้ก็ถือว่ายังใหม่อยู่ครับถึงจะมีมานานเป็นปีแล้วก็ตามครับ อาจจะเนื่องด้วยยังไม่มีข้อมูลโปรโมทให้เป็นที่รู้จัก หรือ ทำยากก็ไม่แน่ใจครับ

แคมเบล (ซาตินแบล็ค)

  • ขนสีดำ
  • ขนเงาเป็นมันเหมือนเปียกน้ำ
  • ตาสีดำ
  • สายพันธุ์ CB ความดุก็ไม่แพ้ๆกันครับ
  • ท้องจะออกสีขาว
สีนี้ก็เป็นอีกสีครับที่หายากเหมือนกัน จะว่าเหมือนก็ไม่ได้ครับเพราะมาหลังๆนี้เดินยังไม่เจอสักร้านเลยครับที่จำหน่ายสีนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสีปกติ สำหรับเรื่องราคาก็คงสูงกว่าสีธรรมดาอื่นๆอยู่ครับ

แคมเบล (ซาตินโค๊ก)

สำหรับลักษณะของสีนี้
  1. สีออกจะน้ำตาลทองครับ แต่จะเข็มขึ้นมาหน่อยครับ เลยเรียกว่าสีโค๊ก
  2. ขนเป็นมันเงาอาจจะจับเป็นก้อน แต่ก็เป็นเรื่องปกติสำหรับสายพันธุ์นี้ครับ
  3. ตาจะสีแดง หรือ ดำอมแดงครับ อยู่ที่ว่าจะแดงเข็มหรือว่าแดงสดครับ
  4. สีนี้สำหรับตลาดในปัจจุบัน เท่าที่ดู ยังพบเห็นอยู่แต่มีไม่เยอะแล้วครับ หากเป็นไปได้ควรเลี้ยงเก็บไว้นะครับ

แคมเบล (ซาตินโดฟ)

สีซาตินโดฟ เป็นสีที่มีมาได้ไม่กี่ปีมานี้ แต่ด้วยความที่หลายๆทท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าสีนี้มีมาแล้ว

จึงทำให้คนรู้จักสีนี้กันน้อยขึ้นครับ โดยทั้งๆที่สีนี้น่าจะโด่งดัง หรือ โดดเด่นขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ที่ผมบอกได้แบบนี้เพราะสำหรับสีนี้แล้วนั้น เป็นการ breed กันจนเกิดขึ้นมา สำหรับตอนนี้ แม้แต่ผมจะหารูปมาลงยังยากเลยครับ
แต่เท่าที่ทราบมา ก็ยังมีกลุ่มคนที่ทำการเพาะเลี้ยงสำหรับสีนี้อยู่ครับ หรืออาจจะเป้นสมาชิกในนี้ทำการ ซุ่มๆ อยู่ก็เป็นไปได้ครับ
ลักษณะเด่นสำหรับสีนี้
  1. ขนเป็นมันเงา เหมือน ซาติดทั่วๆไปครับ
  2. สีขนจะเป็นสีเดียวกับโดฟเลยครับ
  3. สีของตาจะเป็นสีแดงครับ บางตัวก็จะแดงเข็มบางตัวก็จะแดงสดครับ
  4. เชื่องยากนะครับสำหรับสีนี้

แคมเบล (ซาตินทอง)

ดูลักษณะคราวๆ ก็จะเห็นสีที่ออก ทอง หน่อยครับ บางทีอาจจะเรียกว่าสีโค๊กก็ได้ครับ พอดีมันคล้ายกันครับ ต่างกันไม่มากครับ สีที่เป็นซาตินก็คือสีที่ มีขนเป็นมันเงางาม 555+ และอีกอย่างก็จะดูเหมือนเปียกตลอดเวลาครับ
เหมือนกับว่าตัวเขาจะมีขับน้ำมันออกมาจากขน ทำให้ขนจับกันเป็นก้อนครับ แต่หากท่านใช้ทรายอาบน้ำหนูบ่อยๆ แน่นอนครับ จากขนที่ดูเปียก ก็จะหายไปครับแต่ความเงาของขนของเขายังมีอยู่แน่นอนครับ



แพนด้าโดฟ

สีแพนด้าโดฟ อีกสีที่ท่านอาจจะคุ้นเคย

แนะนำสีแพนด้าอีกสีนะครับ ปกติแล้วส่วนใหญ่เราจะเจอแต่ แพนด้าดำ แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า โดฟ ก็มีแบบ แพนด้าเหมือนกันครับ จะเป็นสายพันธุ์ CB นะครับ
ลักษณะร่างกาย
  • มีแถบสีโดฟที่หัว
  • สีตัวจะเป็นสีขาว
  • สีท้องจะเป็นสีขาว
  • กลางหลังไม่มีเส้นแ่ต่จะมีลาย
  • หลังจะเป็นลายจุดๆ เป็นปื้นๆ
  • สีของลายจะเป็นสีโดฟ
  • ตาสีแดง บางตัวอาจจะแดงเข็ม
  • หูเป็นสีขาว
  • จมูกสีดำครับ
ลักษณะนิสัย

  • ส่วนใหญ่แล้วจะกัดครับเพราะเป็น CB
  • มีความคล่องตัวสูง
สำหรับรูปภาพตัวอย่าง ดูตามรูปด้านล่างนี้เลยนะครับ ตอนนี้รูปอาจจะยังน้อยอยู่นะครับ ยังไงผมจะหาทางถ่ายรูปมาให้ครับ แต่หากท่านใดมีรูปสวยๆอยู่สามารถส่งเข้ามาได้ครับ

แพนด้าดำ (panda black)

สีนี้เป็นอีกสีที่ว่าสวยก็ว่าได้ครับ สำหรับในส่วนของ CB แล้วสีนี้ก็อยู่ในระดับสูงๆขึ้นมาครับ แต่สำหรับเรื่องการหาซื้อแล้วส่วนตัวผมว่าสีนี้ยังหาซื้อได้ไม่ยากครับ สำหรับราคาก็ไม่ได้ถูกมากไป หรือแพงมากไป ถึงแม้สายพันธุ์นี้จะค่อนข้างดุ แต่ความสวยก็มีมากเหลือเกินครับ แต่ยังไงก็อาจจะยังไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ ครับ หากจะเล่น CB ผมว่าทำสีนี้ให้นิ่งก็โอเค แล้วครับ
ลักษณะโดยทั่วไป
  • สีขนบนหัวจะเป็นสีดำเข็ม
  • หน้าสีขาว
  • ด้านหลังจะเป็นลายสีดำครับ ออกไปทางจุดๆ ใหญ่ๆครับ
  • หน้าท้องสีขาว
  • ตาสีดำ
ทางสายพันธุ์ และ นิสัย
  • สายพันธุ์ แคมเบล
  • มีนิสัยกร้าวร้าว
ราคาและความนิยม
  • 65/100
วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโ
ยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย 
สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์

1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที

2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน 

3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้

4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น

5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย

6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น

7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ เหนียวหนืด

8. ขนมหรืออาหารหวานๆเพราะแฮมสเตอร์แคระมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ 

9. หลีกเลี่ยง อาหารเม็ดของกระต่าย เพราะบางชนิดใส่สารอาหารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโตในกระต่าย แต่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์

10. หลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเพรา

อาหารเสริมอื่นๆ

ไข่

หนูแฮมสเตอร์ชอบกินไข่ต้มที่ต้มสุก และไข่ต้มยังมีโปรตีนสูงอีกด้วยโดยเฉพาะในแม่แฮมสเตอร์ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่ใช่ว่าให้ตลอด นานๆ ให้ทีถ้ากินไม่หมดต้องเก็บออกให้หมด

น้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามิน A และ D ใช้โดยการหยดเพียงไม่กี่หยดลงบนเมล็ดพืชก็ได้สามารถให้ได้เพียงสัปดาห์ละครั้ง อาจจะให้อาหารเม็ด สำหรับสุนัขที่มีส่วนผสมของน้ำมันตับปลาก็ได้

เนื้อ

เรื่องการให้เนื้อเป็นอาหารแก่แฮมสเตอร์นั้น เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงทั้งหลายต่อต้านกันมานาน เพราะเชื่อว่า อาหารประเภทเนื้อจะกระตุ้น ให้แฮมสเตอร์ดุร้าย แต่ก็มีรายงานจากผู้เลี้ยงหลายๆ คนซึ่งให้เนื้อเป็นอาหารเป็นประจำว่าไม่มีการก้าวร้าวผิดปรกติแต่อย่างใด โกยอาจจะให้เป็น เนื้อวัวชิ้นเล็กๆ หรืออาจจะให้อาหารสุนัขที่บรรจุกระป๋องก็ได้

นม

อาจจะให้ได้บ้าง โดยเฉพาะแม่หนูที่กำลังท้อง หรือ อาจจะให้เป็นนมอัดเม็ดก็ได้

อาหารนกผสม

สามารถจะให้อาหารเม็ด เช่น เมล็ดพืชสำหรับนกก็ได้โดยให้สัปดาห์ละครั้ง

การผสมพันธ์
แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่มีอายุขัยสั้น มันจึงต้องแพร่พันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ อย่าผสมข้ามพันธุ์แฮมสเตอร์หากท่านยังไม่พร้อม สำหรับชีวิตน้อน ๆ อีกหลาย ๆ ชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ท่านมีกรงให้พร้อมหรือไม่ท่านมีเวลาเพียงพอสำหรับมันหรือไม่

โปรดศึกษาแฮมสเตอร์ให้เข้าใจก่อนผสมพันธุ์ เพื่ิอให้ลูกที่เกิดออกมาแข็งแรงและไม่มีข้อบกพร่องทางพันธุ์กรรม

SYRAIN

Syrain เป็นแฮมสเตอร์ที่รักสันโดษ หากเราปล่อยให้ Syrainหลาย ๆ ตัวอยู่ด้วยกันมันมักจะกัดกัน ดังนั้นการจับคู่ Syrain เพื่อการผสมพันธุ์นั้น เราจำเป็นต้องระวังมาก ๆ

Syrain เพศเมีจะเป็นฮีทในทุกๆ 4 วัน ในการผสมพันธุ์ต้องเตรียมรังไว้ให้ก่อนโดยการใส่วัสดุปูพื้นใหม่ลงไป และหลังจากนั้นใส่วัสดุตัวผู้ลงไปก่อนและปล่อยให้ตัวผู้เดินไปมาและสร้างกลิ่นก่อนสั
พักหลังจากนั้นจึงค่อยใส่ตัวเมียลงไป หากตัวเมียต่อต้าน ไม่ยอมรับการผสมพันธุ์โดยการจู่โจมหรือการเข้าทำร้ายตัวผู้ ให้รีบแยกตัวตัวเมียออกก่อนที่จะมีตัวใดได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้หากแฮมสเตอร์ตัวเมียไม่ได้เป็นฮีท มันก็อาจจะไม่ยอมรับการผสมจากตัวผู้และอาจจะทำร้ายตัวผู้ได้

หลังจากนั้นอีก 2-3 วันให้ทดลองใหม่อีกครั้ง หากแฮมสเตอร์ตัวเมียเมื่อปล่อยลงไปแล้วยืนอยู่นิ่ง ๆ และเหยียดขาตรง ยกหางชี้ขึ้นแสดงว่าตัวเมียยอมรับการผสมพันธุ์ หลังจากนั้นปล่อยให้แฮมสเตอร์ผสมพันธุ์กันประมาณ 20 นาทีและแยกแฮมสเตอร์ออกจากกัน เพราะหากปล่อยตัวผู้ไว้กับตัวเมียนานเกินไป ตัวเมียอาจจะตัดสินใจกำจัด หรือทำร้ายตัวผู้ได้ หลังจากนั้น 16-18 วันหากผสมติด เราจะได้ลูกแฮมสเตอร์สีชมพูอยู่ในกรง 

การเลือกซื้อหนู

ควรเลือกซื้อแฮมสเตอร์ในช่วงเวลาเย็น ๆ เพราะแฮมสเตอร์จะนอนในเวลากลางวันจะงัวเงีย ทำให้ดูยาก เวลาป่วยหรือไม แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาตอนเย็น มันจะคึกคักทำให้ดราเลือกได้ง่ายกว่า และเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้นระหว่างตัวที่ซึม เพราะป่วยและตัวที่ไม่ป่วย

เลี้ยงหลายตัวได้หรือไม่ 

อาจจะเลี้ยงแฮมสเตอร์มากกว่า 1 ตัวในกรงเดียวกันได้ แต่ขึ้ยอยู่กับพันธุ์ของแฮมสเตอร์ด้วยถ้าเป็นแฮสเตอร์แคระแล้วหล่ะก็ มันเป็นสัตว์สังคมพอสมควรสามารถจะเลี้ยงด้วยกันได้หากเลี้ยงไว้ด้วยกันตั้งแต่เล็ก มักไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาะกันแต่ไม่ควรเลี้ยงแฮมสเตอร์ต่างสายพันธุ์ไว้ด้วยกัน เพราะนิสัยจะแตต่างกันจะทำให้มัเครียดและอาจจะกัดกันจนตายได้ หรือเกิดปัญหาจาการผสมข้ามพันธุ์

อย่าใส่ถุงกระดาษกลับบ้าน ถ้าต้องการเดินทางนาน ๆ 

เวลาที่เราซื้อแล้ว ร้านขายสัตว์เลี้ยงอาจะเอาแฮมสเตอร์ใส่กล่องหรือถุงกระดาษนำกลับบ้่าน แต่ถ้าเราต้องใช้เวลาเดินทางนานแฮมสเตอร์อาจจะแทะทะลุถุงกระดาษออกมาและหลบหนีได้ เราจะขอให้ผู้ขายเปลื่ยนจากถุงกระดาษมาใส่ภาชนะพลาสติกแทน

ควรจะเลือกแฮมสเตอร์ที่สุขภาพดี 

แฮมสเตอร์ควรจะสะอาด ขนสะอาด ไม่มีอุจจาระเปื้อนหรือเหม็นผิดปรกติ และไม่ผอมผิดปรกติไม่ซึมไม่มีบาทแผลทั้งตัวและนิ้วเท้าหูต้องสะอาดท้งด้านในและด้านน
ก ตาต้องสดใสและสะอาด

ควรจะเลือกแฮมสเตอร์ที่อายุระหว่าง 4-7 สัปดาห์ 

เพราะเชื่องง่ายถ้าเราเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ๆ เพศไหนก็ได้ นิสัยไม่แตกต่างกันมาก
เค้านอนด้วยกัน
น้องอ้วน แกล้ง น้องเล็ก
น้องอ้วนแอบนอน
ทำตากลม"แบ้วๆๆ"